คู่มือฉบับมือใหม่: สอนวิธีจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และวิธีคำนวณด้วยตัวเอง
- sarinpasjm
- Feb 18
- 1 min read
เมื่อธุรกิจเติบโตจนมีรายได้ใกล้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เรื่อง "ภาษีมูลค่าเพิ่ม" หรือ VAT 7% จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป บทความนี้จะสรุปทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเช็กเงื่อนไข วิธีการจดทะเบียน ไปจนถึงสูตรคำนวณภาษีที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง

🔍 1. ใครบ้างที่ต้องจดทะเบียน VAT?
ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่ต้องจด VAT กฎหมายกำหนดเงื่อนไขไว้ดังนี้:
รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี: หากยอดขาย (ไม่ใช่กำไร) เกินเกณฑ์นี้ ต้อง ยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายได้เกิน
สมัครใจจดก่อนกำหนด: หากธุรกิจมีการซื้อวัตถุดิบหรือเครื่องจักรจำนวนมาก การจด VAT จะช่วยให้นำภาษีซื้อมาหักลบได้ ทำให้ต้นทุนลดลง
ยกเว้น: ธุรกิจขายพืชผลทางการเกษตร, หนังสือ หรือการขนส่งในประเทศบางประเภท (สามารถเลือกจดได้ตามความสมัครใจ)
📝 2. ขั้นตอนการจดทะเบียน VAT ออนไลน์ (ภ.พ.01)
ปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร ดังนี้:
เตรียมเอกสาร: เตรียมไฟล์ภาพบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน (ที่ตั้งสถานประกอบการ), และภาพถ่ายหน้าร้าน/สำนักงาน
เข้าเว็บไซต์: ไปที่ www.rd.go.th เลือกเมนู "บริการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านอินเทอร์เน็ต"
กรอกแบบ ภ.พ.01: กรอกข้อมูลรายละเอียดธุรกิจ ประเภทกิจการ และประมาณการรายได้ให้ครบถ้วน
ยืนยันตัวตน: ตรวจสอบข้อมูลและกดยืนยัน ระบบจะออกใบรับคำขอเพื่อใช้เป็นหลักฐานชั่วคราว
รอรับใบ ภ.พ.20: เมื่อเจ้าหน้าที่อนุมัติ คุณจะได้รับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ซึ่งต้องใส่กรอบโชว์ไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานประกอบการ
🧮 3. วิธีคิดภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยตัวเอง
หลักการของ VAT คือการเก็บจาก "มูลค่าส่วนเพิ่ม" โดยมีสูตรพื้นฐานที่ต้องจำคือ:
ภาษีที่ต้องชำระ = ภาษีขาย - ภาษีซื้อ
นิยามง่ายๆ:
ภาษีขาย: VAT 7% ที่เราเก็บจากลูกค้าเมื่อเราขายสินค้าหรือบริการ
ภาษีซื้อ: VAT 7% ที่เราจ่ายให้กับคู่ค้าเมื่อเราซื้อสินค้าหรือบริการมาใช้ในธุรกิจ
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติในเดือนมกราคม ธุรกิจของคุณมีการเคลื่อนไหวทางบัญชีดังนี้:
ขายสินค้าได้: 100,000 บาท → ภาษีขาย (7%) = 7,000 บาท
ซื้อวัตถุดิบมา: 60,000 บาท → ภาษีซื้อ (7%) = 4,200 บาท
การคำนวณ:
$$7,000 (ภาษีขาย) - 4,200 (ภาษีซื้อ) = 2,800 บาท$$
สรุป: เดือนนี้คุณต้องนำเงินส่งกรมสรรพากร 2,800 บาท
💡 ข้อควรระวัง: > * หากเดือนไหน ภาษีซื้อ > ภาษีขาย (เช่น ซื้อของมาสต็อกเยอะแต่ยังขายไม่ได้) คุณจะได้ "เครดิตภาษี" เก็บไว้หักในเดือนถัดไป หรือขอคืนเป็นเงินสดได้
⚠️ 4. หน้าที่สำคัญหลังจดทะเบียน VAT
เมื่อเข้าสู่ระบบ VAT แล้ว คุณมี "ภาระหน้าที่" ที่ต้องทำทุกเดือน (ห้ามขาด!) คือ:
ออกใบกำกับภาษี: ทุกครั้งที่มีการขายสินค้าหรือบริการ
จัดทำรายงานภาษี: รายงานภาษีซื้อ และ รายงานภาษีขาย
ยื่นแบบ ภ.พ.30: ยื่นสรุปยอดภาษีเป็นรายเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 23 หากยื่นออนไลน์) แม้เดือนนั้นจะไม่มีรายได้เลยก็ตาม
สรุป
การจด VAT ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากเรามีการจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบและเข้าใจสูตรการคำนวณพื้นฐาน จะช่วยให้ธุรกิจของคุณดูน่าเชื่อถือและสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น



Comments